ชีวิตที่เร่งรีบ กับการแข่งขันที่สูงขึ้นในปัจจุบันนี้ ทำให้พวกเราต้องทำงานให้หนักขึ้น เพื่อต่อสู้กับค่าแรงที่สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว บางคนมีครอบครัว มีเจ้าตัวเล็กที่ต้องดูแล ภาระหน้าที่ต่างๆ ก็บีบคั้นทำให้คุณต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ ขยันมากมายให้เจ้านายมองเห็นศักยภาพ หรือเพื่อโบนัสก้อนงาม

หรือบางคนที่โสด ชีวิตนี้ต้องดูแลตัวเอง จึงโฟกัสที่เรื่องงานเป็นหลัก เพื่อความมั่นคงจนลืมหันมาดูแลสุขภาพตัวเองก็มีอยู่เยอะแยะ และเมื่อคุณทำงานหนักขึ้น จึงอาจส่งผลให้คุณกลายเป็นคนที่ชอบความสมบูรณ์แบบ เจ้าระเบียบ และใจก็จะวนเวียนแต่กับเรื่องงาน จนส่งผลให้เป็น โรคติดงาน (Workaholic) หรือ “โรคออฟฟิศซินโดรม (OfficeSyndrome)” ซึ่งเรียกอีกอย่างว่า “โรคบ้างาน”  นั่นเอง เล่ามาขนาดนี้แล้ว อาจจะยังไม่เชื่อว่า การที่โรคที่ว่าบ้างานๆเนี่ย มันจะส่งผลร้ายอะไรกับชีวิตนักหนานะ

ลองมาดูอาการที่ฟ้องออกมาจากร่างกายกันดูดีกว่า ว่าตรงกันไปแล้วกี่ข้อบ้าง มาๆเราจะมาเชคไปพร้อมกัน

  1. ปวดหลังบ่อยๆ หรือปวดเรื้อรัง ปวดร้าวไปทั่ว ทั้งต้นคอ และ สะบัก ต้นเหตุมาจาก การนั่งหลังค่อมและนั่งทำงานนิ่งๆเป็นเวลานานๆ จนหลังเกิดอาการเมื่อยเกร็ง อยู่ตลอดเวลา
  2. หาวบ่อย ง่วงนอนทั้งๆที่นอนเต็มอิ่ม เหตุมาจากการนั่งทำงานนานๆเช่นกัน ทำให้กระบังลมขยายไม่เต็มที่ สมองเลยได้รับออกซิเจนไม่เต็มที่ จึงหาว เพื่อนำออกซิเจนเข้าไปบ่อยๆ
  3. เป็นไมเกรน หรือปวดหัวเรื้อรัง เกิดจากความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การจ้องแสงจากคอมพิวเตอร์ที่มากเกินไป
  4. นั่งๆทำงานแล้วมือชา มาจากการที่คุณจับเมาท์แช่เอาไว้ท่าเดิมนานๆ จนกล้ามเนื้อไปกดทับเส้นประสาทยังไงละ
  5. เอ็นข้อมืออักเสบ หรือ นิ้วล็อค อันนี้คือเกินกว่ามือชา แต่เกิดการอักเสบที่ปลอกหุ้มเอ็มข้อมือกันเลยทีเดียว ปล่อยนานวันเข้า จะเกิดพังผืดเข้าไปยึดจับบริเวณนั้น จนทำให้ปวดปลายประสาท และนิ้วล็อคในที่สุด
  6. เป็นภูมิแพ้ ถ้าที่ๆคุณนั่งทำงานอยู่ตรงนั้น ไม่มีอากาศถ่ายเทสะดวก แอร์ไม่สะอาด มีสารเคมีจาก เครื่องปริ้นเครื่องแฟกซ์ สิ่งเหล่านี้จะวนเวียนให้คุณสูดดมเข้าไป จนเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ หรือภูมิแพ้ได้ ลมพิษนี่ตัวดีเลยนะคุณ
  7. รุนแรงสุดๆ ก็ถึงขั้นหมอนรองกระดูกเสื่อม หรือหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

หากเช็คดูแล้ว ตรงเกิน 3 ข้อ ถือว่า อยู่ในเกณฑ์ “โรคบ้างาน” กันแล้วนะ หากไม่รีบเปลี่ยนพฤติกรรม ก็ควรจะหาตัวช่วยที่ดี เข้าไปเสริม

  • อย่างการนั่งให้ถูกวิธี ปรับความสูงของเก้าอี้กกับโต๊ะให้เหมาะสม
  • ลุกเดินบ้าง หรือเปลี่ยนท่านั่งทุก 20 นาที
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ มีโอเมกา 3,6,9 สูงๆ เพราะโอเมกา 3 นั้นจะไปช่วยบำรุงสมอง ส่งผลให้การทำงานดีขึ้น เมื่อสมองปลอดโปร่ง ความเครียดก็จะลดลง อาการปวดหัวเรื้อรังก็จะทุเลา โอเมกา 6 จะช่วยบรรเทาอาการปวดตึงกล้ามเนื้อ ต่างๆทั้งร่างกาย และโอเมกา 9 จะช่วยบำรุงสายตาให้ดีขึ้น ให้ตาไม่แห้ง